ดูอัตราการใช้งานรถแต่ละคัน
ข้อมูล GPS สามารถแสดงได้ว่ารถแต่ละคันวิ่งงานกี่ชั่วโมงต่อวัน
ตัวอย่างเช่น
- รถ A ใช้งานวันละ 11 ชั่วโมง
- รถ B ใช้งานวันละ 10 ชั่วโมง
- รถ C ใช้งานวันละ 3 ชั่วโมง
หากมีรถบางคันใช้งานน้อยมาก อาจหมายความว่ายังมีทรัพยากรเหลืออยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อรถเพิ่มทันที แต่หากรถทุกคันถูกใช้งานเต็มกำลังต่อเนื่องทุกวัน อาจเป็นสัญญาณว่าควรขยายจำนวนรถ
วิเคราะห์จำนวนเที่ยววิ่งต่อวันGPS สามารถบันทึกจำนวนเที่ยววิ่งและเส้นทางการทำงานได้
หากพบว่า
- รถวิ่งเต็มรอบทุกวัน
- มีงานตกค้าง
- ลูกค้าต้องรอคิวรับสินค้า
แสดงว่าความต้องการใช้งานเริ่มสูงกว่าศักยภาพของรถที่มีอยู่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคำนวณได้ว่าควรเพิ่มรถอีก 1 คัน 2 คัน หรือมากกว่านั้น
ตรวจสอบเวลาจอดรอและเวลาว่างหลายบริษัทเข้าใจว่ารถไม่พอ แต่เมื่อเปิดรายงาน GPS กลับพบว่า
- รถจอดรอโหลดสินค้า 2 ชั่วโมง
- รถจอดพักระหว่างวันนานเกินไป
- เสียเวลาเดินทางอ้อม
หากปรับกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น อาจสามารถรองรับงานเพิ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อรถใหม่
วิเคราะห์ระยะทางรวมที่รถวิ่งต่อเดือนGPS สามารถรายงานระยะทางวิ่งสะสมได้อย่างแม่นยำ
ตัวอย่าง
- รถแต่ละคันวิ่งเฉลี่ย 6,000 กิโลเมตรต่อเดือน
- รถบางคันวิ่งเกิน 10,000 กิโลเมตรต่อเดือน
หากรถส่วนใหญ่เริ่มวิ่งหนักเกินมาตรฐาน อาจส่งผลต่อการสึกหรอและค่าซ่อมบำรุง การเพิ่มรถอีกบางส่วนอาจช่วยกระจายภาระงาน และยืดอายุการใช้งานรถทั้งหมด
วิเคราะห์ช่วงเวลาที่รถไม่เพียงพอGPS สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ว่า
ช่วงเวลาใดที่มีการใช้งานรถหนาแน่นที่สุด
เช่น
- ช่วงเช้า 08.00-11.00 น.
- ช่วงเย็น 15.00-18.00 น.
ช่วงสิ้นเดือน ข้อมูลนี้ช่วยให้บริษัทวางแผนได้ว่าควรเพิ่มรถประจำ หรือใช้รถเสริมเฉพาะช่วงที่มีงานมาก
คำนวณอัตราการรับงานที่สูญเสียไปบางครั้งบริษัทเสียโอกาสทางธุรกิจโดยไม่รู้ตัว
ตัวอย่าง
- ปฏิเสธงานลูกค้าเพราะรถไม่ว่าง
- ส่งสินค้าได้ช้ากว่าคู่แข่ง
- รับงานเพิ่มไม่ได้ในช่วงพีค
หากข้อมูล GPS แสดงว่ารถทุกคันทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา การเพิ่มรถอาจสร้างรายได้มากกว่าต้นทุนที่ลงทุนไป
เปรียบเทียบจำนวนงานกับจำนวนรถสูตรง่าย ๆ ที่หลายองค์กรใช้คือ
จำนวนงานต่อวัน ÷ จำนวนรถ
ตัวอย่าง
- งานส่งสินค้า 120 จุดต่อวัน
- รถที่มีอยู่ 6 คัน
- เฉลี่ยรถละ 20 จุดต่อวัน
หากเป้าหมายใหม่เพิ่มเป็น 180 จุดต่อวัน ระบบ GPS จะช่วยคำนวณได้ว่าควรเพิ่มรถอีกประมาณ 3 คัน เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการ
ใช้ข้อมูลจริงแทนการคาดเดาข้อดีของ GPS Tracking คือการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริง
ไม่ใช่
- ความรู้สึกว่ารถไม่พอ
- การคาดเดาของพนักงาน
- การประมาณจากประสบการณ์
แต่เป็นข้อมูลที่วัดผลได้จริงจากการใช้งานทุกวัน
GPS ช่วยวางแผนการลงทุนได้แม่นยำกว่าเดิมการซื้อรถเพิ่ม 1 คัน อาจมีค่าใช้จ่ายหลายแสนถึงหลายล้านบาท หากตัดสินใจผิดพลาดจะกลายเป็นต้นทุนที่แบกรับระยะยาว
ระบบ GPS Tracking ไม่ได้มีหน้าที่เพียงติดตามตำแหน่งรถเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้งานรถ วางแผนการขยายกองยาน และลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท
หากต้องการรู้ว่ารถที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ ควรเพิ่มรถอีกกี่คัน หรือสามารถปรับการใช้งานให้คุ้มค่ากว่านี้ได้หรือไม่ ข้อมูลจาก GPS คือคำตอบที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน
หากกำลังมองหา GPS รถยนต์แบบประหยัดไฟ เสถียร ดูรถผ่านมือถือแบบเรียลไทม์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GPS ThaiCar หรือเว็บไซต์ www.gpsthaicar.co.thติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ
ดูแลครบ ตั้งแต่เลือกอุปกรณ์ ถึงใช้งานจริง
โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
Line:
@gpsthaicar Facebook:
GPSThaiCar