จะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทควรเพิ่มรถอีกกี่คัน?

5 จำนวนผู้เข้าชม  | 

จะรู้ได้อย่างไรว่าบริษัทควรเพิ่มรถอีกกี่คัน?

ดูอัตราการใช้งานรถแต่ละคัน
ข้อมูล GPS สามารถแสดงได้ว่ารถแต่ละคันวิ่งงานกี่ชั่วโมงต่อวัน

ตัวอย่างเช่น

  • รถ A ใช้งานวันละ 11 ชั่วโมง
  • รถ B ใช้งานวันละ 10 ชั่วโมง
  • รถ C ใช้งานวันละ 3 ชั่วโมง
หากมีรถบางคันใช้งานน้อยมาก อาจหมายความว่ายังมีทรัพยากรเหลืออยู่ ไม่จำเป็นต้องซื้อรถเพิ่มทันที แต่หากรถทุกคันถูกใช้งานเต็มกำลังต่อเนื่องทุกวัน อาจเป็นสัญญาณว่าควรขยายจำนวนรถ

วิเคราะห์จำนวนเที่ยววิ่งต่อวัน
GPS สามารถบันทึกจำนวนเที่ยววิ่งและเส้นทางการทำงานได้

หากพบว่า
  • รถวิ่งเต็มรอบทุกวัน
  • มีงานตกค้าง
  • ลูกค้าต้องรอคิวรับสินค้า
แสดงว่าความต้องการใช้งานเริ่มสูงกว่าศักยภาพของรถที่มีอยู่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยคำนวณได้ว่าควรเพิ่มรถอีก 1 คัน 2 คัน หรือมากกว่านั้น

ตรวจสอบเวลาจอดรอและเวลาว่าง
หลายบริษัทเข้าใจว่ารถไม่พอ แต่เมื่อเปิดรายงาน GPS กลับพบว่า
  • รถจอดรอโหลดสินค้า 2 ชั่วโมง
  • รถจอดพักระหว่างวันนานเกินไป
  • เสียเวลาเดินทางอ้อม
หากปรับกระบวนการทำงานให้ดีขึ้น อาจสามารถรองรับงานเพิ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนซื้อรถใหม่

วิเคราะห์ระยะทางรวมที่รถวิ่งต่อเดือน
GPS สามารถรายงานระยะทางวิ่งสะสมได้อย่างแม่นยำ

ตัวอย่าง
  • รถแต่ละคันวิ่งเฉลี่ย 6,000 กิโลเมตรต่อเดือน
  • รถบางคันวิ่งเกิน 10,000 กิโลเมตรต่อเดือน
หากรถส่วนใหญ่เริ่มวิ่งหนักเกินมาตรฐาน อาจส่งผลต่อการสึกหรอและค่าซ่อมบำรุง การเพิ่มรถอีกบางส่วนอาจช่วยกระจายภาระงาน และยืดอายุการใช้งานรถทั้งหมด

วิเคราะห์ช่วงเวลาที่รถไม่เพียงพอ
GPS สามารถดูข้อมูลย้อนหลังได้ว่า

ช่วงเวลาใดที่มีการใช้งานรถหนาแน่นที่สุด

เช่น
  • ช่วงเช้า 08.00-11.00 น.
  • ช่วงเย็น 15.00-18.00 น.
ช่วงสิ้นเดือน ข้อมูลนี้ช่วยให้บริษัทวางแผนได้ว่าควรเพิ่มรถประจำ หรือใช้รถเสริมเฉพาะช่วงที่มีงานมาก

คำนวณอัตราการรับงานที่สูญเสียไป
บางครั้งบริษัทเสียโอกาสทางธุรกิจโดยไม่รู้ตัว

ตัวอย่าง
  • ปฏิเสธงานลูกค้าเพราะรถไม่ว่าง
  • ส่งสินค้าได้ช้ากว่าคู่แข่ง
  • รับงานเพิ่มไม่ได้ในช่วงพีค
หากข้อมูล GPS แสดงว่ารถทุกคันทำงานเต็มประสิทธิภาพตลอดเวลา การเพิ่มรถอาจสร้างรายได้มากกว่าต้นทุนที่ลงทุนไป

เปรียบเทียบจำนวนงานกับจำนวนรถ
สูตรง่าย ๆ ที่หลายองค์กรใช้คือ

จำนวนงานต่อวัน ÷ จำนวนรถ

ตัวอย่าง
  • งานส่งสินค้า 120 จุดต่อวัน
  • รถที่มีอยู่ 6 คัน
  • เฉลี่ยรถละ 20 จุดต่อวัน
หากเป้าหมายใหม่เพิ่มเป็น 180 จุดต่อวัน ระบบ GPS จะช่วยคำนวณได้ว่าควรเพิ่มรถอีกประมาณ 3 คัน เพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการ

ใช้ข้อมูลจริงแทนการคาดเดา
ข้อดีของ GPS Tracking คือการตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริง

ไม่ใช่
  • ความรู้สึกว่ารถไม่พอ
  • การคาดเดาของพนักงาน
  • การประมาณจากประสบการณ์
แต่เป็นข้อมูลที่วัดผลได้จริงจากการใช้งานทุกวัน

GPS ช่วยวางแผนการลงทุนได้แม่นยำกว่าเดิม
การซื้อรถเพิ่ม 1 คัน อาจมีค่าใช้จ่ายหลายแสนถึงหลายล้านบาท หากตัดสินใจผิดพลาดจะกลายเป็นต้นทุนที่แบกรับระยะยาว

ระบบ GPS Tracking ไม่ได้มีหน้าที่เพียงติดตามตำแหน่งรถเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพการใช้งานรถ วางแผนการขยายกองยาน และลดต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท

หากต้องการรู้ว่ารถที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ ควรเพิ่มรถอีกกี่คัน หรือสามารถปรับการใช้งานให้คุ้มค่ากว่านี้ได้หรือไม่ ข้อมูลจาก GPS คือคำตอบที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน

หากกำลังมองหา GPS รถยนต์แบบประหยัดไฟ เสถียร ดูรถผ่านมือถือแบบเรียลไทม์
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GPS ThaiCar หรือเว็บไซต์ www.gpsthaicar.co.th

ติดตั้งโดยทีมงานมืออาชีพ
ดูแลครบ ตั้งแต่เลือกอุปกรณ์ ถึงใช้งานจริง

โทร: 080-295-6052 (คุณบอย)
Line: @gpsthaicar
Facebook: GPSThaiCar

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้