102 จำนวนผู้เข้าชม |
การใช้งาน GPS ติดตามรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ในปัจจุบัน ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อดูตำแหน่งปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังสามารถเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง ตรวจสอบพฤติกรรมผู้ขับขี่ หรือใช้เป็นหลักฐานเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่สามารถเรียกดูข้อมูลย้อนหลังได้นั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะของระบบ GPS ที่ใช้ โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ดังนี้
1. GPS ที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่อง
GPS ประเภทนี้จะมีหน่วยความจำภายใน ซึ่งใช้บันทึกข้อมูลตำแหน่ง เส้นทาง ความเร็ว ระยะทาง และพฤติกรรมการขับขี่ต่าง ๆ เช่น การเบรกกระทันหัน การเร่งเครื่องแรงผิดปกติ หรือการหยุดรถโดยไม่จำเป็น ระบบจะบันทึกข้อมูลลงหน่วยความจำทันทีที่เริ่มทำงาน ซึ่งข้อจำกัดของระบบนี้คือ ขนาดความจุของหน่วยความจำที่ติดตั้งมาภายในตัวเครื่อง หากใช้งานต่อเนื่อง ข้อมูลที่เก่าที่สุดจะถูกเขียนทับโดยอัตโนมัติเมื่อหน่วยความจำเต็ม
โดยทั่วไปแล้ว GPS ที่เก็บข้อมูลในตัวเครื่องสามารถบันทึกย้อนหลังได้ตั้งแต่ประมาณ 7 วันไปจนถึง 30 วัน ขึ้นอยู่กับความถี่ในการบันทึก เช่น หากตั้งค่าให้บันทึกพิกัดทุก ๆ 10 วินาที จะใช้หน่วยความจำมากกว่าการบันทึกทุก ๆ 1 นาที จึงทำให้ข้อมูลเต็มเร็วกว่าและเรียกดูย้อนหลังได้ระยะเวลาสั้นลง
2. GPS ที่เชื่อมต่อกับระบบ Cloud หรือ Server
GPS ระบบนี้จะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตผ่านซิมการ์ดและส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ โดยสามารถเก็บข้อมูลไว้ได้นานกว่ามาก และไม่ต้องกังวลเรื่องความจุในเครื่อง เนื่องจากข้อมูลจะถูกจัดเก็บอยู่บนระบบคลาวด์ที่มีความจุสูงและปลอดภัย
ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลังของระบบนี้ขึ้นอยู่กับแพ็กเกจบริการของผู้ให้บริการ GPS บางรายอาจให้ดูย้อนหลังได้ 30 วัน บางรายอาจให้สูงสุดถึง 90 วัน 180 วัน หรือมากกว่านั้น หากเป็นระบบที่ใช้ในองค์กรขนส่งขนาดใหญ่ หรือระบบ GPS ที่ติดตั้งตามข้อบังคับของกรมการขนส่งทางบก ข้อมูลจะต้องสามารถเรียกดูย้อนหลังได้ไม่น้อยกว่า 90 วันตามกฎหมาย
------------------------------------------------
สนใจติดตั้ง GPS หรือสอบถามเพิ่มเติม
080-295-6052 (พี่บอย)
080-295-1830 (พี่ปูเป้)
LINE: @gpsthaicar
Email: gpsthaicar@gmail.com